2 กระทรวง อว.-อุตสาหกรรม ร่วมพัฒนารถอีวีดันเป็นฮับเอเชียแปซิฟิก
วันพฤหัส ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2567
การดู : 164

แชร์ :
เดินหน้าจริงจังยกระดับมาตรฐานรถอีวี กระทรวง อว. กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือระดมความเชี่ยวชาญสวทช.- สมอ. วิเคราะห์ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ ดันไทยเป็น EV Hub ใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม (อก.) น.ส.หวัง ซือ ซือ เลขานุการ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน แสดงความยินดี ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนายกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้านการวิเคราะห์ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (Thailand EV Center of Excellence: TECE) ระหว่าง สวทช. กับ China Automotive Engineering Research Institute (สถาบันวิจัยวิศวกรรมยานยนต์แห่งประเทศจีน) (CAERI) ที่อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. ถ.พระรามที่ 6 กรุงเทพฯ
“สวทช.สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 20 ปี จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย Thailand EV Center of Excellence หรือ TECE เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในนโนบายของกระทรวง อว. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ซึ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมอีวีตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น EV Hub ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” น.ส.ศุภมาส กล่าว

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า กระทรวง อก. มีความยินดีร่วมมือกับกระทรวง อว.ทุกด้านเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทย สู่ความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนตามนโยบายของรัฐบาล ดิฉันเชื่อว่าศักยภาพของ สมอ. ซึ่งบูรณาการความร่วมมือกับ สวทช. ประกอบกับศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสำเร็จได้ ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ สร้างความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ สามารถรักษาความเป็นผู้นำด้านยานยนต์อันดับ 1 ในอาเซียน และ 1 ใน 10 ของโลก รวมทั้งสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจก และก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2050 ด้วย

ศ.ดร.ชูกิจ กล่าวว่า ความร่วมมือของทุกภาคส่วนครั้งนี้ เป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าของไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในประเทศและสร้างความสามารถทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน ศูนย์ TECE มีพันธกิจ 4 ข้อ ได้แก่ 1.การพัฒนางานวิจัยชิ้นส่วนยานพาหนะไฟฟ้า และอุปกรณ์ความปลอดภัยในการใช้รถและถนน 2.พัฒนากำลังคนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าในประเทศ 3.เชื่อมโยงเครือข่ายการให้บริการวิเคราะห์และทดสอบยานพาหนะไฟฟ้าและชิ้นส่วนร่วมกับพันธมิตรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ 4.บริการให้คำปรึกษาและจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อการออกแบบ และพัฒนาชิ้นส่วนยานพาหนะไฟฟ้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย

TECE ยังได้รับความร่วมมือจาก Chairman and Party Secretary of China Automotive Engineering Research Institute (CAERI) หน่วยงานด้านการวิเคราะห์ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศจีน เพื่อสนับสนุนศูนย์ TECE ในเรื่องเทคโนโลยีการวิเคราะห์ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาในอนาคต
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ.ในฐานะสถาบันการมาตรฐานแห่งชาติ ได้กำหนดมาตรฐานเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว 159 มาตรฐาน รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่จ.ฉะเชิงเทรา เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานโลกแห่งแรกในอาเซียน รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569
ข่าวอัพเดท

สศร. หนุนหนังไทย #อาณาจักรแห่งความกลมเกลียวสู่เวนิส
วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568

100ปีราชบัณฑิตยสภา
วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568

สวทช. เปิดวิสัยทัศน์วาระ 2สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ภูมิปัญญา 65 ปี สู่วิถียั่งยืน มจธ.
วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568
