จุฬาฯ – วชิรฯร่วมพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็ง
วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
การดู : 85
แชร์ :
เผยจุฬา-วชิรฯ พัฒนายาภูมิคุ้มกันบำบัด รักษามะเร็ง เป็นครั้งแรกในประเทศทำตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นขยายการผลิตสู่อุตสาหกรรม เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร
.jpg)
รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวในการแถลงความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมกับการลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กับ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยระบุว่าโครงการนี้คือความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างระหว่างศักยภาพการรักษาและโอกาสการเข้าถึงยา โดยผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่การใช้จริง เพื่อเสริมศักยภาพด้านยาชีววัตถุของประเทศในระยะยาว


ยาชีววัตถุที่พัฒนาขึ้นเป็นยาชีววัตถุในกลุ่ม ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นนวัตกรรมการรักษาที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ใช้หลักการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กลับมาจัดการกับสิ่งแปลกปลอมได้อีกครั้ง เนื่องจากเซลล์มะเร็งจะมีกลไกหลบหลีกภูมิคุ้มกัน โดยสร้างโปรตีนบางชนิดมายับยั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวไม่สามารถเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้ ตัวยาที่พัฒนาขึ้นนี้ จะเข้าไปปิดกั้นโปรตีนดังกล่าว เพื่อปลดล็อกให้เม็ดเลือดขาวกลับมาทำงานและกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยาชนิดนี้ส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาสูง

นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯเปิดเผยว่าความก้าวหน้าที่สำคัญคือการพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุรักษามะเร็งระดับมาตรฐาน GMP และขั้นบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป ด้วยความร่วมมือกับสภากาชาดไทย ผลการวิเคราะห์คุณภาพพบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเทียบเท่ากับยาของต่างประเทศ โครงการมีแผนดำเนินการวิจัยในมนุษย์ภายใต้กรอบที่กำหนด ซึ่งเป็นขั้นตอนการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
นพ.ไตรรักษ์กล่าวอีกว่าโครงการนี้เริ่มจากความตั้งใจจะพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งที่คนไทยเข้าถึงได้ ทีมวิจัยดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การพัฒนาเซลล์ตั้งต้น การออกแบบกระบวนการผลิต การขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากประชาชนไทย ทำให้โครงการเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง

ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า การทดสอบจะเริ่มกับผู้ป่วยมะเร็งปอด 20 คน ศูนย์ของวชิรพยาบาล 10 คน (จุฬาอีก 10 คน) จากนั้นขยายจนถึง 75 คน ทั้งนี้มะเร็งปอดเป็นกลุ่มที่พบบ่อยในประเทศไทย โรงพยาบาลจะสนับสนุนบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจริง ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ นพ.ยศวัจน์ รุ่งโรจน์วัฒนา อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางการวิจัย เน้นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศ ที่พัฒนายาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงขั้นการผลิตอุตสาหกรรม การศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานการวิจัยทางคลินิก คัดเลือกผู้ป่วยอย่างเหมาะสม ติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งการตอบสนองต่อการรักษาและความปลอดภัย โดยพิจารณาจากค่า PD-L1 (พี-ดี-แอล-วัน) คือการตรวจโปรตีนว่าร่างกายจะตอบสนองต่อยาภูมิคุ้มกันบำบัดได้ดีเพียงใด การศึกษาผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาได้ดี จะมีค่า PD-L1สูงเกิน 50% การเลือกผู้เข้ารับการทดสอบไม่มีการเรียกเก็บเงิน ทั้งนี้ โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมการขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม ก่อนเริ่มการวิจัยในมนุษย์

เบื้องต้นคาดว่าการรักษาด้วยยาที่พัฒนาขึ้น อาจอยู่ในราว1-2 หมื่นบาท ขณะที่การใช้ยาจากต่างประเทศประมาณ 8 หมื่นบาท
ภายหลังจากการวิจัยในมนุษย์ โครงการจะสนับสนุนการนำยาดังกล่าวไปใช้ในระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างเหมาะสม ตามกรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนายาชีววัตถุในประเทศไทย ที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การยกระดับการรักษาและความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักอย่างหนึ่งของประเทศไทย เป็นภาระต่อระบบสาธารณสุข ทั้งด้านการรักษา คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) เข้ามามีบทบาทสำคัญเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด ช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา แต่ก็มีข้อจำกัดด้านต้นทุนของยา
#ภูมิคุ้มกันบำบัด
ข่าวอัพเดท
ยศชนันยกสวทช.เครื่องยนต์วิจัยขับเคลื่อนภารกิจรัฐบาล
วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ผู้ว่าฯททท.เปิด After Party in Cannes
วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ศักยภาพการท่องเที่ยวไทย
วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ปล่อยเชื้อเห็ดเผาะเป็นแนวกันไฟป่าเพิ่มผลผลิตลดการเผา
วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เปิดศูนย์ผู้เชี่ยวชาญAI พลังงานอัจฉริยะ
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สภาการสื่อมวลชนฯ เห็นชอบทำ MOU กับสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569