แชร์เชื่อมใช้Open Dataเพื่ออุดมศึกษาดิจิทัล

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567

การดู : 377

แชร์เชื่อมใช้Open Dataเพื่ออุดมศึกษาดิจิทัล

แชร์ :

มหาวิทยาลัยดิจิทัลอบรมออนไลน์ Open Data พัฒนาข้อมูลให้เข้มแข็งและถูกต้อง สู่อุดมศึกษาดิจิทัล ทุกภาคส่วนนำไปใช้ได้เต็มที่เปิดกว้างการพัฒนาด้วยแนวคิด แชร์ เชื่อม ใช้

อ.ดนัยรัฐ ธนบดีธรรมจารี ผู้ดูแลโครงการการสร้างนิเวศสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล เปิดเผยว่า โครงการฯ ได้จัดอบรมออนไลน์ Open Data กับการศึกษายุคดิจิทัล เพื่อการพัฒนาข้อมูลดิจิทัลให้เข้มแข็ง ถูกต้อง ใช้งานได้จริง เนื่องจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ต้องกลับมาที่คนใช้งาน เริ่มที่ข้อมูล ผู้เข้าอบรมประกอบด้วย มหาวิทยาลัย​ หน่วยงานภาครัฐ​ บริษัท​เอกชน​ และประชาชนที่สนใจ

อ.ดนัยรัฐ ธนบดีธรรมจารี

อ.ดนัยรัฐ กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญคือ 1.เข้าถึงได้จริง ง่ายต่อการนำไปใช้ แก้ไขได้ ดาวน์โหลดฟรีผ่านอินเตอร์เน็ต 2.อนุญาตให้ใช้ใหม่และเผยแพร่ได้ 3.ผู้เกี่ยวข้องนำไปใช้ ใช้ซ้ำ เผยแพร่โดยไม่ติดข้อจำกัดใด ๆ แต่ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อมูล ชุดข้อมูลในการเผยแพร่ ควรอยู่ในรูปของตารางหรือโครงสร้างเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ มีตัวเลขสถิติ เช่น จำนวนผู้ป่วย ปริมาณขยะมูลฝอย ปริมาณน้ำฝนรายเดือน ปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับงาน Open Data คือ 1. คน มีคณะทำงานที่เพียงพอ 2.คุณภาพข้อมูลและการกำหนดเจ้าของข้อมูล 3.กำหนดการอัพเดทข้อมูลและบำรุงรักษานิยามข้อมูล อธิบายข้อมูลให้ตรงกับการดำเนินงานล่าสุด 4. ความรู้และความเข้าใจด้านเทคโนโลยี

        นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ว่าข้อมูลที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐบาลดิจิทัล สู่การเป็นอัจฉริยะ ความชาญฉลาดของประเทศ การเกิดโควิด-19 เป็นจุดเปลี่ยน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสของระบบราชการไทยในการเชื่อมโยง แบ่งปันข้อมูล โดยเฉพาะงานบริการผ่านระบบออนไลน์ที่ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ความท้าทายที่ระบบราชการกำลังเผชิญ คือ การโจมตีหรือความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงการส่งข้อมูลที่ถูกต้องของปัญญาประดิษฐ์

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนทำให้ภาครัฐต้องนำดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน ปรับบทบาททั้งด้านโครงสร้าง กฎหมาย และบุคลากรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของ ก.พ.ร. สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ รัฐบาลดิจิทัลและ Open Government ต้องเกื้อหนุนกัน นำข้อมูลดิจิทัลมาใช้อย่างเต็มที่เพื่อเปิดกว้างการพัฒนาระบบต่าง ๆ ภายใต้แนวคิด แชร์ เชื่อม ใช้ มีดัชนีสากลเป็นตัวชี้วัดการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะความพึงพอใจของประชาชนผู้ใช้บริการระบบออนไลน์ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ การยกระดับและขับเคลื่อนการทำงานภาครัฐที่ต้องปรับบทบาทให้ทันสมัย ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ต้องเข้าถึงง่าย รวดเร็ว เกิดประโยชน์ มั่นคงปลอดภัย จัดทำคู่มือสำหรับประชาชน www.info.go.th โดยจัดหมวดหมู่กระบวนงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้น

ปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลทั้งการพัฒนาบริการภาครัฐสู่ E-Service รวมถึงด้านการศึกษา นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐสู่ข้อมูลดิจิทัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบคลาวด์ ระบบการจ่ายเงิน ตลอดจนพัฒนาการบริหารจัดการและกระบวนการทำงาน เช่น ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบหลังบ้านของสำนักงาน อีเมล ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบได้ว่าอยู่ ณ จุดใดของภาพรวมทั้งหมด

ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวระหว่างการบรรยายเรื่อง การพัฒนา Data Catalog เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ว่าแผนงานรัฐบาลอัจฉริยะและการเปิดเผยข้อมูลสู่การจัดทำ Government Data Catalog มีหลายระดับตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการเชื่อมโยงสู่รัฐบาลดิจิทัล แผนแม่บท มีกลไกและกรอบกฎหมายเป็นตัวเร่งการทำงาน คือ พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ซึ่งระบุบทบาทของทุกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลและผู้ใช้ประโยชน์ ต้องจัดทำระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐที่มีกระบวนการตรวจสอบโดยคณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูลหน่วยงานก่อนเผยแพร่ข้อมูล และจัดทำตามมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลที่มีคำอธิบายข้อมูลประกอบข้อมูลที่ชัดเจน ชี้ไปยังแหล่งข้อมูลต้นทางที่เป็นทางการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจในการนำไปอ้างอิง และค้นหาได้อย่างรวดเร็ว นำไปใช้งานต่อได้ง่าย ส่วนแผนงานในระยะต่อไปจะเสนอแพลตฟอร์มกลาง รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมและฝึกอบรมการใช้ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐที่ผ่านการคัดกรองแล้ว และนำไปใช้ประโยชน์ เช่น จัดทำศูนย์ข้อมูลเฉพาะเรื่อง เช่น ด้านการเกษตร หรือจัดทำสารสนเทศเพื่อจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล

ข่าวอัพเดท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง