บำรุงราษฎร์โชว์นวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหารลดอ้วน

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

การดู : 16

บำรุงราษฎร์โชว์นวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหารลดอ้วน

แชร์ :

         โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดแนวทางควบคุมดูแลน้ำหนักด้วยนวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (ESG)  เผยวิธีป้องกันโรคอ้วนคือการปรับพฤติกรรมการกิน ภายใต้การดูแลของแพทย์ ปรับวิถีชีวิต โภชนาการ ออกกำลังกาย ใช้ยา และหัตถการขั้นสูง

รศ.คลินิก นพ. ทศพล เกิดศิริชัยรัตน์ FACG, FASGE แพทย์ชำนาญการด้านทางเดินอาหาร-ตับ และการส่องกล้องขั้นสูง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวโซลูชันการดูแลน้ำหนักที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพว่า สำหรับผู้ป่วยที่ปรับพฤติกรรมและใช้ยาไม่ได้ผล การรักษาด้วยการส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (Endoscopic Sleeve Gastroplasty: ESG) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการรักษาที่ได้รับการยอมรับ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มี ดัชนีมวลกาย(BMI)  30-40 หรือมากกว่าหรือเท่ากับ 35 มีโรคประจำตัวที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหารไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยจะฟื้นตัวเร็ว ไม่มีแผลเป็นที่หน้าท้อง ลดน้ำหนักส่วนเกินได้เฉลี่ย 15-20% ภายใน 1-2 ปี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์รักษาด้วยวิธีส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหารร่วมกับการใช้ยาในกลุ่ม GLP-1RA (ปากกาลดน้ำหนัก)  ช่วยให้ผู้ป่วยบางรายลดน้ำหนักได้มากถึง 44% ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติที่ดีที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ยังมีการผ่าตัดลดน้ำหนัก เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีค่า BMI สูงมาก ได้แก่ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy) สำหรับผู้ป่วยที่มี BMI มากกว่า 30 การผ่าตัดเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกระเพาะอาหารและลำไส้ให้มีขนาดเล็กลง (Roux-en-Y Gastric Bypass) สำหรับผู้ที่มี BMI มากกว่า 40 ซึ่งช่วยจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทาน กระตุ้นความอยากอาหาร ส่งผลให้น้ำหนักลดลง ผู้ป่วยต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดจากทีมแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่ามีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหลังการรักษา โดยปีที่ผ่านมาให้การดูแลผู้ป่วยด้วยนวัตกรรมนี้ 20 ราย

รศ.คลินิก นพ. ทศพลกล่าวด้วยว่า โรคอ้วนเป็นภาวะทางการแพทย์ที่ซับซ้อน ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารโดยตรง ก่อให้เกิดภัยเงียบหลายอย่าง ได้แก่ โรคกรดไหลย้อน (GERD) โรคไขมันพอกตับที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุ (NAFLD) นิ่วในถุงน้ำดี และมะเร็งหลายชนิด

          พญ. มรกต สุวรรณการ แพทย์ชำนาญการด้านโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าการควบคุมน้ำหนักที่สำเร็จ มาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างถาวร เริ่มที่การสร้างความตระหนักรู้ ปรับสภาพแวดล้อม ตั้งเป้าหมายที่สมจริง สร้างแรงจูงใจจากภายใน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าการลดน้ำหนักคือการลดตัวเลขบนเครื่องชั่ง ไม่ตระหนักถึงอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ การมีมวลไขมันสูงแม้ว่า BMI จะปกติ การประเมินเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและการรักษาที่เหมาะสม

          แผนการกินที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือการออกแบบเฉพาะบุคคล คำนึงถึงความต้องการ ไลฟ์สไตล์ เป้าหมายของแต่ละคน ปัจจัยทางชีวภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต หัวใจสำคัญไม่ใช่การกินน้อย แต่คือการกินให้ถูกต้องและเหมาะสม การจำกัดอาหารมากไป อาจทำให้ขาดสารอาหาร สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และกลับมาอ้วนใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม (Yo-Yo Effect) แนวทางIntermittent Fasting (IF), Ketogenic Diet (KETO) หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement) เป็นเครื่องมือที่ได้ผลสำหรับบางราย หากใช้อย่างเหมาะสม อยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ การมีนักโภชนาการช่วยวางแผนจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายและรักษาสุขภาพที่ดีได้

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าบำรุงราษฎร์ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงปัญหาของผู้มีน้ำหนักไม่สมดุล โรงพยาบาลฯ ให้การดูแลรักษาเพื่อควบคุมน้ำหนักในมิติหลากหลาย ทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมงานสหสาขาวิชาชีพร่วมกันออกแบบรักษาเฉพาะบุคคล  พิจารณาปัจจัยทางร่างกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อม มีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ครอบคลุม ทางเลือกการรักษาที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้ยา การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร และการผ่าตัด ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย เพื่อการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน

ดร.อาทิรัตน์กล่าวด้วยว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักเกินและมีภาวะอ้วนถึง 42.4% ซึ่งน่ากังวลต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะนอกจากรูปลักษณ์ภายนอก ยังเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เป็นประตูสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่อันตรายหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับ และมะเร็งบางชนิด ทั้งได้อ้างถึงรายงานขององค์การอนามัยโลก ประเมินว่าในปี 2019 (พ.ศ. 2562) ค่าใช้จ่ายจากโรคอ้วนของคนไทยสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 8.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 256,370 ล้านบาท หรือราว 1.5% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2562 ที่ 16.87 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ย 4,000 บาทต่อคน

 

#ส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (Endoscopic Sleeve Gastroplasty: ESG) #ปากกาลดน้ำหนัก

 

 

ข่าวอัพเดท

เริ่มวิจัยทดสอบสภาพแวดล้อมจริงยานยนต์อัตโนมัติ

เริ่มวิจัยทดสอบสภาพแวดล้อมจริงยานยนต์อัตโนมัติ

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

บำรุงราษฎร์โชว์นวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหารลดอ้วน

บำรุงราษฎร์โชว์นวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหารลดอ้วน

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

เปิดตัว Amazfit Active Max  สมาร์ทวอทช์ใหม่จอใหญ่กว่า

เปิดตัว Amazfit Active Max  สมาร์ทวอทช์ใหม่จอใหญ่กว่า

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

มจธ. ปั้นนักสื่อสารสุขภาพสู่ฮับสุขภาพนานาชาติ

มจธ. ปั้นนักสื่อสารสุขภาพสู่ฮับสุขภาพนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

“พระราชวิเทศวัชรมุนี” เพชรน้ำเอกผู้ส่องสว่าง ณ ดินแดนปรินิพพาน"

“พระราชวิเทศวัชรมุนี” เพชรน้ำเอกผู้ส่องสว่าง ณ ดินแดนปรินิพพาน"

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

NARIT -อบจ. เชียงใหม่ เปิดสวนชวนดูดาว ชมเดือน ส่องหลุมอุกกาบาต

NARIT -อบจ. เชียงใหม่ เปิดสวนชวนดูดาว ชมเดือน ส่องหลุมอุกกาบาต

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

ขสอ.พัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนด้วยAIอย่างมีจริยธรรม

ขสอ.พัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนด้วยAIอย่างมีจริยธรรม

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง