จุฬาฯตั้งศูนย์’กันก่อนท่วม’เสนอ5มิติจัดการลุ่มน้ำไม่แยกกรม-จังหวัด

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

การดู : 401

จุฬาฯตั้งศูนย์’กันก่อนท่วม’เสนอ5มิติจัดการลุ่มน้ำไม่แยกกรม-จังหวัด

แชร์ :

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งศูนย์ กันก่อนท่วมระดมนักวิชาการ ภาครัฐ เอกชน  ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เสนอแผน 5 มิติ ยกระดับการรับมือวิกฤติน้ำของไทย ป้องกันล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ใช้ข้อมูลเดียวกันทั้งประเทศ วางแผน สังการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่แยกส่วนการทำงานตามกรม และจังหวัด เชื่อมงบประมาณ นโยบาย ความรับผิดชอบไว้ด้วยกัน 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนา”กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” ที่หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีนักวิชาการทั้งในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน นักวิชาการจากต่างประเทศ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เข้าร่วม

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความพร้อมด้านองค์ความรู้สหสาขาวิชา ทั้งวิศวกรรม สถาปัตยกรรม วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ฯลฯ มีศักยภาพเชื่อมประสานเครือข่าย สถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อเสนอทางออกการจัดการน้ำที่เป็นระบบและยั่งยืน จึงจัดตั้งศูนย์กันก่อนท่วม โดยระบุว่า หากเกิดอุทกภัยพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของกรุงเทพมหานคร ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที ก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่า 

รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ศูนย์กันก่อนท่วม มีภารกิจหาแนวทางลดความเสียหายและการสูญเสียจากวิกฤตน้ำ เสริมสร้างความพร้อมของเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต ทำหน้าที่สื่อสาร ประสานความร่วมมือด้านการป้องกันความเสี่ยงน้ำล่วงหน้าบนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เสริมการทำงานของทุกภาคส่วน โดยไม่ซ้ำซ้อนหรือทดแทนภาครัฐ

รศ.ดร.วิทยากล่าวอีกว่าประเทศไทย กำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งจากน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน สภาวะฝนสุดขั้ว และฝนแช่ เช่น ที่หาดใหญ่ ตกลงมาในพื้นที่เดียวภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ ปริมาณฝนถึง 80% ของฝนทั้งปี น้ำท่วมฉับพลันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งมิติเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชน มูลค่าความสูญเสียและเสียหายของมหาอุทกภัยปี 2554 สูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็น 70% ของงบประมาณแผ่นดิน ผลกระทบกว่า 90% เกิดขึ้นกับภาคเอกชน ทั้งความเสียหายและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ 

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เสนอกลยุทธ์ 5 มิติเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทีมวิจัยได้เสนอ เพื่อสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาน้ำของประเทศท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยระบุถึงรายละเอียด

มิติที่ 1 การพลิกโฉมวิศวกรรมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐาน เช่นอุดช่องโหว่ของคันกั้นน้ำให้ถาวรยิ่งขึ้น สร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ใต้ดินเพื่อรองรับน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI และระบบสารสนเทศแบบ Real-time เพื่อให้สถานีสูบน้ำทำงานได้ดียิ่งขึ้น  มิติที่ จัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำทั้งระบบ  จัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย รวมถึงการบริหารจัดการป่าเพื่อช่วยซึมซับความชื้นและชะลอน้ำ เตรียมโครงสร้างถาวรเพื่อรองรับสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นปีละ 10-15 มิลลิเมตรจากภาวะโลกร้อน

มิติที่ 3 ถอดบทเรียนนวัตกรรมระดับโลก  โดยนำความสำเร็จจากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทกายภาพและวัฒนธรรมของไทย เช่น อุโมงค์น้ำยักษ์จากญี่ปุ่น Sponge City หรือเมืองฟองน้ำ จากจีนและสิงคโปร์ การบริหารจัดการเขื่อนและคันกั้นน้ำจากเนเธอร์แลนด์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและ GDP  มิติที่ 4 ปรับตัวและออกแบบเพื่อรับมือภัยพิบัติ ยอมรับความจริงว่าเราต้องอยู่ร่วมกับน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางผังเมืองและออกแบบสิ่งก่อสร้างที่รองรับสถานการณ์น้ำท่วม  เพื่อใช้ชีวิตอยู่กับน้ำได้

มิติที่ 5 พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี พยากรณ์อัจฉริยะ ที่วิเคราะห์มวลน้ำล่วงหน้าได้แม่นยำรายชั่วโมงหรือรายนาที โดยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อนำปัญญาของชุมชนผสมผสานกับงานวิจัยเชิงประจักษ์ เพื่อความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน

ขณะเดียวกัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา ทำโครงการบริหารจัดการน้ำบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ควบคู่การอนุรักษ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จ.น่าน รักษาป่าต้นน้ำและลดภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจ จ.ชัยนาท ปรับพฤติกรรมเกษตรกร สร้างรายได้ ลดผลกระทบน้ำท่วม-แล้ง จ.นครปฐม บริหารจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัด และ กรุงเทพฯ พัฒนาระบบติดตามและพยากรณ์ฝนแม่นยำฉับไว 

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการจัดตั้ง ศูนย์กันก่อนท่วม เป็นความรับผิดชอบของสถาบันอุดมศึกษาต่อสังคม ศูนย์ฯ จะเป็นกลไกกลางเชื่อมองค์ความรู้สู่การลงมือทำ สื่อสารข้อมูลความเสี่ยงน้ำให้ประชาชนเข้าใจง่าย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน และเปิดรับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ควบคู่กับบทเรียนจากพื้นที่จริง

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เสนอกรอบแผนการจัดการน้ำแบบบูรณาการต่อผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลในอนาคต ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยทลายกำแพงการทำงานแบบแยกส่วน รัฐบาลในอนาคตต้องปรับโครงสร้างการทำงานด้านน้ำสู่การบูรณาการเชิงระบบ ด้วยการ ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศวางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่ใช่ตามเส้นแบ่งกรมหรือจังหวัด  เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน

 

#กันก่อนท่วม   #กลยุทธ์ 5 มิติเพื่อบริหารจัดการน้ำ

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง