ยกคุณภาพอัปราคากาแฟอนุรักษ์ป่าลุ่มแม่กวง

วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568

การดู : 312

ยกคุณภาพอัปราคากาแฟอนุรักษ์ป่าลุ่มแม่กวง

แชร์ :

ทีมวิจัย ม.ราชมงคลล้านนา ลงแก้ปัญหาการผลิตกาแฟ ย่านลุ่มน้ำแม่กวง พื้นที่ เชียงใหม่ เชียงราย ที่ปริมาณและคุณภาพด้อยลง  นำองค์ความรู้เทคโนโลยีไปถ่ายทอด พัฒนานวัตกรชุมชน ที่เข้าใจกระบวนการผลิตที่ถูกต้อง ชิมและประเมินรสชาติได้ เกิดมูลค่าเพิ่ม5-6เท่าตัว  ทั้งช่วยการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ลดฝุ่นPM2.5ได้ด้วย

 

จากการที่บริเวณลุ่มน้ำแม่กวงครอบคลุม อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงรายและ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มีปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน และข้อจำกัดด้านความรู้ เทคโนโลยีของเกษตรกร  นายสุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา)  คณะวิจัยโครงการนวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสมผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิต ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ พร้อมกับการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ด้วยกระบวนการ Learning and Innovation Platform (LIP)  

คณะวิจัยนอกจากสนับสนุนทางวิชาการ ยังประสานความร่วมมือกับชุมชนในฐานะภาคีเครือข่ายด้วยวิทยาศาสตร์อย่างง่าย และ เทคโนโลยีพร้อมใช้ชุดข้อมูล (Data-Driven Learning) ช่วยให้เกษตรกรเข้าใจการทำเกษตรอย่างมีหลักการ ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือ วิเคราะห์รวบรวมข้อมูล นำเสนอผลเป็นรายแปลง อาทิ การวิเคราะห์ค่าดินด้วยชุดสีที่เข้าใจง่าย (สีแดง: ระดับอันตราย) ให้เกษตรกรเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติพร้อมกับคณะวิจัยในแปลงทดลอง ให้เกษตรกรวิเคราะห์ ติดตามผล นำไป รับ-ปรับ-ใช้  เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของกระบวนการเรียนรู้ ภูมิใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน มีการทบทวนประเมินผลหลังปฏิบัติงาน ร่วมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ และปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างทันท่วงที

ทีมวิจัยได้พัฒนานวัตกรชุมชนเป็นตัวกลางถ่ายทอด ขยายผลเทคโนโลยีด้วยตัวเอง ด้วยการคัดเลือก พัฒนานวัตกร จากการลงพื้นที่ ประเมินศักยภาพ ความพร้อมของเกษตรกร  โดยใช้ประสบการณ์การทำกาแฟ ความสามารถการชิมและประเมินรสชาติกาแฟของตนเอง พิจารณาความพร้อมการรับ-ปรับ-ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ

นายภูเมธ ภูมิธันเมธ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านห้วยน้ำกืน ซึ่งใช้พื้นที่ปลูกกาแฟส่วนตัวเป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต หรือพื้นที่ต้นแบบติดตั้งเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการผลิตกาแฟคุณภาพครบวงจร  ได้รับมอบหมายเป็นนวัตกรระดับสี่ และเป็นนายสถานี ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกาแฟให้กับเกษตรกรรายอื่น ทั้งการเลือกสายพันธุ์ที่ตลาดต้องการ การเตรียมแปลงปลูก การให้คำแนะนำการจัดการโรคและแมลง มีทักษะการชิม ประเมินรสชาติกาแฟ (Cupping Test) ระดับQ-Grader ให้ข้อเสนอแนะจุดเด่น ข้อบกพร่องของกาแฟที่ชิมได้แม่นยำ วิเคราะห์ย้อนกลับไปถึงการดูแลแปลงและการแปรรูป

คณะวิจัย ระบุถึงการแก้ปัญหา โดยยกระดับคุณภาพกาแฟท้องถิ่นให้เป็นกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ นำเทคโนโลยีที่เรียบง่ายหนุนเสริมฐานทุนความรู้เดิมของชุมชน แก้ไขจุดด้อยได้ตรงจุดและทันท่วงที การมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการทำแปลงสาธิต โดยจัดการจัดการดินและน้ำเฉพาะที่  ช่วยลดต้นทุนจากการใส่ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น ทำให้ต้นกาแฟแข็งแรงทนต่อโรค  ได้อนุรักษ์ดินและน้ำในแปลง  เก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟผลสุกเต็มที่ ด้วยอุปกรณ์เทียบสีให้เกษตรและแรงงานนอกพื้นที่ทำงานง่ายขึ้น มีกระบวนการแปรรูปและทดสอบรสชาติกาแฟ  ใช้เทคโนโลยีติดตามสภาพอากาศ เพื่อแจ้งเตือนให้เตรียมป้องกันการระบาดของโรค แมลงอย่างถูกต้องทันสถานการณ์ มีเทคโนโลยีติดตามสภาพอากาศโรงตากกาแฟ ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น พร้อม ระบบแจ้งเตือน เพื่อแก้ปัญหาเชื้อรา รักษาคุณภาพและสีสันของสารกาแฟ (Green Bean) ให้สวยงาม ทำระบบบัญชีอย่างง่าย ให้เกษตรกรได้เห็นต้นทุนการผลิตที่แท้จริง มีกระบวนการนำเสนออัตลักษณ์กาแฟ พัฒนาแบรนด์และบรรจุภัณฑ์

การดำเนินการ ส่งผลให้เกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของกาแฟตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต จากเดิมที่ขายเชอร์รี่กาแฟได้ กก.ละ 25 บาท เมื่อแปรรูปเป็นสารกาแฟจะขายได้ กก.ละ 500 บาท (เพิ่มขึ้นจากต้นทุน 5-6 เท่า) เมื่อทำกาแฟคั่วและสร้างแบรนด์ของตนเอง ราคาก็ขึ้นไปถึงกก.ละ 2,000 บาท  

ความผูกพันของภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กวงเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานแม้โครงการวิจัยจะสิ้นสุดลง แต่การขับเคลื่อนในพื้นที่ยังมีอยู่ตลอด ด้วยสายสัมพันธ์ของผู้คนที่มีเป้าหมายและองค์ความรู้ที่หยั่งรากลึกลงในชุมชน” นายสุริยนต์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าว

ผศ.วิสูตร อาสนวิจิตร หัวหน้าโครงการย่อยที่ 1 กล่าว่าภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้เกิดผลลัพธ์ประจักษ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อขยายผล ให้ชุมชนรับรู้ว่าการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม หลายหน่วยงานในภาคเหนือ ก็สนใจมาศึกษาเทคโนโลยี ร่วมมือกับยุวชนอาสาในการปลูกกาแฟขั้นบันได โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่มีนโยบายส่งเสริมการปลูกกาแฟอย่างชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และผลักดันไร่กาแฟของนายภูเมธเป็นแหล่งนำร่องด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

พื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าของประเทศไทย

 

 

 

 

 

#หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)   #ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ

 

 

 

ข่าวอัพเดท

ผู้ว่าการ ททท.ปลื้ม “สงกรานต์ไทย 2569” เงินสะพัดกว่า 3 หมื่นล้าน

ผู้ว่าการ ททท.ปลื้ม “สงกรานต์ไทย 2569” เงินสะพัดกว่า 3 หมื่นล้าน

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569

รู้ผลผ่าซากพะยูนหัวขาด รมว.สุชาติสั่งล่าตัวการ

รู้ผลผ่าซากพะยูนหัวขาด รมว.สุชาติสั่งล่าตัวการ

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569

เปิดยิ่งใหญ่ “มหาสงกรานต์”โชว์เสน์ห์ไทยร่วมสมัยสู่เทศกาลระดับโลก

เปิดยิ่งใหญ่ “มหาสงกรานต์”โชว์เสน์ห์ไทยร่วมสมัยสู่เทศกาลระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569

เฉิดฉายพื้นที่ปล่อยแสงโชว์งานศิลปินรุ่นใหม่มทร.ธัญบุรี

เฉิดฉายพื้นที่ปล่อยแสงโชว์งานศิลปินรุ่นใหม่มทร.ธัญบุรี

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569

ททท. เสิร์ฟสงกรานต์สายอาร์ตกับ “Saneh Art by Songkran Festival 2026

ททท. เสิร์ฟสงกรานต์สายอาร์ตกับ “Saneh Art by Songkran Festival 2026

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569

นาโนเทคโชว์นวัตกรรมลดความร้อนแก้วิกฤติพลังงาน

นาโนเทคโชว์นวัตกรรมลดความร้อนแก้วิกฤติพลังงาน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

ยศชนันเปิด8ยุทธศาสตร์ตั้งเป้าชนะ Tech War

ยศชนันเปิด8ยุทธศาสตร์ตั้งเป้าชนะ Tech War

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง