ไทย-ออสเตรเลียร่วมผลิตยา-วัคซีนเพื่อเข้าถึงยาเท่าเทียม
วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
การดู : 11
แชร์ :
ไทย–ออสเตรเลีย ผนึกกำลังยกระดับการผลิตยาและวัคซีน มุ่งสู่ความมั่นคงสาธารณสุขในประเทศและภูมิภาคอาเซียน

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แถลงโครงการ Biologics and Pharmaceuticals Manufacturing in Thailand for Equitable Access to Medicines (BPM-TEAM) (การผลิตชีวภัณฑ์และเภสัชภัณฑ์ในประเทศไทยเพื่อการเข้าถึงยาอย่างเท่าเทียม) ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุน 1.75 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นเวลา 4 ปี จากโปรแกรม Partnerships for a Healthy Region ของรัฐบาลออสเตรเลีย โดยองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งออสเตรเลีย (Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation: CSIRO) เป็นหน่วยดำเนินงาน ร่วมกับไบโอเทค องค์การเภสัชกรรม (อภ.) โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ (NBF) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศไทยในการผลิตชีววัตถุ (Biologics) และ สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Active Pharmaceutical Ingredients: API) สนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพ นวัตกรรม และการเข้าถึงยาที่จำเป็นอย่างเท่าเทียม

ดร. แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่าการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตยาและวัคซีนภายในประเทศ เป็นหนึ่งในปัจจัยความมั่นคงทางสุขภาพ ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ รับมือกับวิกฤตในอนาคตได้ดีขึ้น กระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ศาสตราจารย์ซูซี นิลส์สัน ผอ.วิจัย โปรแกรมการผลิตชีวเวชภัณฑ์ (Biomedical Manufacturing Program), CSIRO หัวหน้าโครงการ กล่าวว่าความร่วมมือดำเนินมาถึงช่วงครึ่งทางแล้ว หลังจากเริ่มโครงการเดือนธันวาคม 2567 เกิดรูปธรรมชัดเจนทั้งโครงการย่อยด้านสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) ด้านชีววัตถุ CSIRO และพันธมิตรประเทศไทยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในรูปแบบการวิจัย พัฒนาร่วม การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ การพัฒนากระบวนการผลิตร่วมกัน ได้จัดฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ณ ห้องปฏิบัติการของ CSIRO ที่ออสเตรเลียหลายครั้ง ครอบคลุมทั้งด้าน API และชีววัตถุ ควบคู่กับการประชุมติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของทีมจากทั้งสองประเทศ

ศาสตราจารย์นิลส์สันกล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานพันธมิตรของไทยได้นำวิธีการผลิตไปประยุกต์ใช้แล้ว ความสำเร็จจากยาต้นแบบตัวแรกได้ขยายขอบเขตการพัฒนา API ไปสู่ยาสำคัญชนิดอื่นเพิ่มเติม รวมถึงยารักษาเอชไอวีและโรคเบาหวาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาการผลิตภายในประเทศ
ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ รองผอ.องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า โครงการนี้ทำให้เกิดผล 2 ด้าน ได้แก่ การผลิตเภสัชภัณฑ์และการพัฒนาชีววัตถุ ด้านการผลิตเภสัชภัณฑ์ความร่วมมือนี้ นักวิจัยไทยและออสเตรเลียร่วมกันพัฒนา ขยายกระบวนการสังเคราะห์สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม API ได้สำเร็จ คือ abacavir hemisulfate (อบาคาเวียร์ เฮมิซัลเฟต) ยาต้านไวรัสเอชไอวี ซึ่งพัฒนาได้ระดับก่อนกึ่งอุตสาหกรรมด้วยผลผลิตและความบริสุทธิ์ในระดับสูง โดยการผลิตในถังปฏิกรณ์ขนาด 10 ลิตร ทำได้ประมาณ 2,000 เม็ด ทั้งนี้ประเทศไทยต้องนำเข้า สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) มากกว่าร้อยละ 95 เป็นความเปราะบางต่อความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก

ด้านชีววัตถุได้เตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยผลิตผลิตภัณฑ์ชีววัตถุมูลค่าสูงได้ในอนาคต อาทิ โมโนโคลนอลแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคมะเร็งและโรคติดเชื้อ โครงการมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในด้านการพัฒนาเซลล์ผลิตแอนติบอดี การปรับกระบวนการผลิตต้นน้ำให้เหมาะสม การขยายกระบวนการสู่ไบโอรีแอคเตอร์ระดับนำร่อง ตลอดจนการพัฒนาระบบวิเคราะห์เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ. สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ยังสนับสนุนงานพัฒนาวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) การขยายกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การผลิตจริง ช่วยปิดช่องว่างงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและการใช้ประโยชน์จริง ช่วยให้วัคซีนต้นแบบไปสู่การผลิตในระดับที่เหมาะสม นำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองศาสตราจารย์ บุษยา บุนนาค ที่ปรึกษา โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ (National Biopharmaceutical Facility: NBF) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ NBF เป็นศูนย์กลางนำผลงานวิจัยไปสู่การผลิตในระดับขยายขนาด (translational hub) อย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือภายใต้โครงการ BPM-TEAM เป็นกลไกต่อยอดการวิจัยไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในภาคการผลิต ช่วยเสริมสร้างความมั่นคง ความร่วมมือระดับภูมิภาคในด้านสาธารณสุข โดยไทยและออสเตรเลียกำลังร่วมกันวางรากฐานสู่อนาคตที่ประชาชนในภูมิภาคเข้าถึงยาจำเป็นและผลิตภัณฑ์ชีววัตถุได้อย่างมั่นคงและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น
ข่าวอัพเดท
ททท.ชวนสุขทันทีเที่ยวทั่วไทยกับ “เซเว่น อีเลฟเว่น”ผ่านสินค้าและโหลดภาพ
วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
ไทย-ออสเตรเลียร่วมผลิตยา-วัคซีนเพื่อเข้าถึงยาเท่าเทียม
วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
ททท. เปิดฉากยิ่งใหญ่ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44
วันพฤหัส ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
ทิศทางArtemis จากงาน Ignition Event 2026
วันพฤหัส ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
ก้าวประวัติศาสตร์ไทยร่วมนาซ่า โปรเจกต์’Artemis’
วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
โชว์ความสำเร็จนักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลเพียบ
วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569