SUN Thailandประกาศนำสังคมลดพลังงานเป็นกลางคาร์บอน

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568

การดู : 464

SUN Thailandประกาศนำสังคมลดพลังงานเป็นกลางคาร์บอน

แชร์ :

มจธ.ราชบุรี เปิดบ้านจัดประชุมประจำปีเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (SUN Thailand) สัญจร ครั้งที่ 3/2568 ขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ย้ำเป้าหมายเป็นกลางคาร์บอนปี2040 ลดอุณหภูมิในมหาวิทยาลัยต่ำกว่าข้างนอก 2องศา

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นเจ้าภาพการประชุม ประจำปีเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Sustainable University Network of Thailand : SUN Thailand) สัญจร ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2568 แนวคิด Crafting Sustainable Future Society by Residential College: สร้างสรรค์สังคมสู่วิถีความยั่งยืน ด้วยอาศรมแห่งการเรียนรู้ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยในเครือข่าย SUN Thailand จะก้าวออกมาทำหน้าที่มากกว่าการสอนในห้องเรียน ทั้งสร้างความตระหนัก ให้ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนกับคนรุ่นใหม่ การลดความเหลื่อมล้ำ การเปิดพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตให้คนทุกช่วงวัย เปิดให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาและทักษะใหม่ ๆ กรรมเหล่านี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของสถาบันและสนับสนุนการพัฒนา Soft Power ด้านการศึกษาของประเทศอีกด้วย

“มหาวิทยาลัยต้องเป็นตัวอย่างความเป็นกลางทางคาร์บอน สนับสนุนนโยบายของประเทศเรื่อง SDG  มจธ. ได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน( Carbon Neutrality )ภายในปี 2040 ใช้ศักยภาพจากงานวิจัยกว่า 10 ปี ทั้งการลดพลังงาน การออกแบบอาคาร การเรียนการสอนแบบไฮบริด การศึกษาการดูดซับคาร์บอนของป่าดิบแล้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ไปใช้อ้างอิงเรื่องคาร์บอนเครดิตและการซื้อขายคาร์บอนได้จริงทั้งในระดับสถาบัน ภาคอุตสาหกรรม และภาคสังคม”

อธิการบดี มจธ.กล่าวว่า เริ่มได้ตั้งแต่การประหยัดไฟฟ้าของมหาวิทยาลัย ก็ต้องอาศัยความรู้และเทคโนโลยี เช่นถ้าเราจะลดอุณหภูมิภายในมหาวิทยาลัยให้ได้ต่ำกว่าข้างนอก 2 องศา จะปรับการใช้สีเพื่อลดความร้อนอย่างไร จะปลูกต้นไม้เพื่อบังเงาในตำแหน่งใด ถ้าเราทำได้ แอร์ทุกตัวจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นการลดค่าไฟโดยอัตโนมัติ ถ้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศใช้องค์ความรู้ ทำให้เป็นตัวอย่าง ภาคอุตสาหกรรม ภาคสังคม ช่วยกันลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศและกับโลกโดยรวม นี่คืองานที่เครือข่ายมหาวิทยาลัยSUN ดำเนินการ

“เราติดต่อกับการไฟฟ้าภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง จะขอดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลของการไฟฟ้าฯ ออนไลน์มา เพื่อประเมินคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยโดยใช้ข้อมูลของทางมหาวิทยาลัย การที่เรามีกิจกรรมต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้จะรายงานไปที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลประจักษ์ในการกักเก็บคาร์บอนฯ “ทั้งนี้ ได้มีการติดตั้งหอคอยความสูง10เมตร ตั้งแต่ปี 2551เพื่อวัดธรรมชาติการแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกเหนือระบบนิเวศป่าไม้  พื้นป่าเต็งรัง ภายในวิทยาเขตราชบุรี ของ มจธ.

รศ. ดร.สุวิทย์ กล่าวอีกว่าเครือข่ายมหาวิทยาลัย SUN Thailand มีจำนวนเริ่มต้น 16 แห่ง ในปี 2558 ปัจจุบันเพิ่มเป็นกว่า 60 แห่ง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการพิสูจน์ว่าเมื่อมหาวิทยาลัยร่วมมือกันอย่างจริงจัง นอกจากช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของตนเอง แต่ยังยกระดับองค์ความรู้ สร้าง Soft Power ทางการศึกษา

การประชุมประจำปีเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (SUN Thailand) สัญจร ครั้งที่ 3 นี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การเสวนาในหัวข้อ ทุกคนต้องได้เรียน (Zero dropout) โดยอาจารย์และนักวิจัย มจธ. ที่ทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และหน่วยงานอื่นๆ ในจังหวัดราชบุรี กิจกรรมเยี่ยมชมนิทรรศการ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืนในหลายประเด็น ประกอบด้วย การเรียนรู้ที่ผสมผสานการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในชั้นเรียนและการใช้ชีวิตร่วมกัน เยี่ยมชมอุทยานการเรียนรู้เรื่องผึ้งและศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร (Bee Park) กิจกรรมปั่นจักรยานและเดินศึกษาธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของป่าเต็งรัง (biodiversity) รวมถึงเยี่ยมชมการดำเนินงานการขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมคาร์บอน เยี่ยมชมวิถีชุมชนและการขับเคลื่อนศิลปะและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ไทยกะเหรี่ยง ชุมชนเครื่องเงิน ‘ตลาดน่าเอ๊’ โมเดลเศรษฐกิจวัฒนธรรม อ.บ้านคา จ.ราชบุรี และเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ได้แก่ เขากระโจม บ้านหอมเทียน พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ (พระสี่มุมเมือง) และพิพิธภัณฑ์เรื่องของโอ่ง แหล่งสะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองราชบุรี

อนึ่งประเทศไทยตั้งเป้าว่าจะเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในปี2050(พ.ศ. 2593) ในระหว่างการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 เมื่อปี 2564 .

 

#มจธ.  # Sustainable University Network of Thailand : SUN Thailand  #อาศรมแห่งการเรียนรู

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง