‘งานรัก’วิวัฒน์เศรษฐกิจวัฒนธรรม
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การดู : 8
แชร์ :
.
เครื่องเขินล้านนา มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมจากการนำยางรัก ธรรมชาติสร้างสรรค์งานศิลป์บนเครื่องใช้สอย โดยเฉพาะไม้ถัก ไม้แกะสลัก บ่งบอกเอกลักษณ์ วิถีชีวิต ฐานะทางสังคม และพิธีกรรมของชาวล้านนามากว่า 100 ปี ปัจจุบันมรดกทรงคุณค่านี้ กำลังเลือนหาย จากความนิยมที่ลดลง วัตถุดิบราคาสูง ผู้สืบทอดภูมิปัญญาที่นับวันยิ่งน้อยลง
การฟื้นฟูจึงเริ่มต้น...


เหตุปัจจัยเหล่านี้ นำมาสู่การฟื้นฟู ยกระดับเครื่องเขินตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนตามยุคสมัย โดยยังคงคุณค่าอันโดดเด่น ภูมิปัญญาวัฒนธรรมเด่นล้ำไว้ในผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดรายได้แก่คนในชุมชน ด้วยโครงการวิจัยพลังงานรัก วิวัฒน์เศรษฐกิจวัฒนธรรมในประเพณีและพิธีกรรม จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน โดยการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ.


ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เอกชัย มหาเอก รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าเครื่องเขินล้านนาพบวิกฤต อยู่ในสภาวะห่วงโซ่คุณค่าที่ล้มเหลวอย่างรุนแรง เนื่องจากปัญหายางรัก วัตถุดิบตั้งต้น ขาดคนสืบทอดภูมิปัญญาการ ความต้องการของตลาดมีน้อย งานวิจัยจึงมุ่งเป้าสร้างการมีส่วนร่วม ฟื้นฟูระบบนิเวศของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมงานเครื่องเขินขึ้นใหม่ ซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ สร้างเครือข่ายการเชื่อมโยงภูมิปัญญา ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งยังร่วมพัฒนาไปพร้อมกับผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์ธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ในบริบทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีอยู่หลายชุมชนในภาคเหนือของประเทศ

“การศึกษาของทีมวิจัยพบว่า อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีป่าต้นรัก 50,000 ไร่ แต่ใช้ประโยชน์ได้เพียง 300 ไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้ ขณะเดียวกันครูช่างหรือครูภูมิปัญญาส่วนใหญ่ ก็เป็นผู้สูงอายุราว 60-70 ปี ขาดผู้สืบทอด ต่อยอดองค์ความรู้ ขาดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด ที่น่ากังวลคือ รายได้จากการขายเครื่องเขินอยู่ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวที่ผันผวน ไม่แน่นอน เหล่านี้เป็นปัจจัยให้เครื่องเขินล้านนาสูญหาย”

แนวทางแก้ไข คือทำให้มหาวิทยาลัยเป็นแกนกลางเชื่อมประสานเครือข่ายความร่วมมือ ให้ทุกองคาพยพเชื่อมโยงทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม ภาครัฐ ภาคเอกชน กับได้ศึกษาแนวการสืบทอดวัฒนธรรมเครื่องเขินจากต่างประเทศ ได้แก่ เมียนมา จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม จึงเริ่มดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญใน 5 ชุมชน 5 อำเภอ จังหวัดเชียงใหม่ และ 1 ชุมชน จังหวัดลำพูน มีกลุ่มไทเขินที่อพยพมาจากสิบสองปันนา ซึ่งไม่มีองค์ความรู้เรื่องงานเขิน เนื่องจากในอดีตคนกลุ่มนี้มีหน้าที่ทำนาส่งส่วยให้ผู้มีอิทธิพล การฟื้นฟูรากวัฒนธรรมเครื่องเขินให้แก่คนไทเขินจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย แต่ก็หวังว่าการฟื้นวิกฤติเครื่องเขินล้านนาครั้งนี้จะเป็นจุดพลิกผันให้นำรากวัฒนธรรมมาต่อยอด ยกระดับรายได้ของคนในชุมชนได้

การดำเนินงานส่วนต้นน้ำ หัวใจของการผลิตคือยางรัก ทีมวิจัยได้นำยางรักในพื้นที่มาวิเคราะห์คุณสมบัติ ผลลัพธ์คือยางรักของไทยมีความเข้มข้นสูง คุณภาพดีมาก มีสารเนื้อยางถึง 70.3 เปอร์เซ็นต์ จึงหารือกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชพัฒนาเป็นธนาคารยางรักชุมชน ด้วยแนวคิดป่าชุมชน ให้ชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์พร้อมกับการอนุรักษ์ กลางน้ำ ทีมวิจัยส่งเสริมช่างฝีมือชุมชน พัฒนาสถานะจากผู้ผลิตเป็น ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม เสริมทักษะที่จำเป็นในการทำเครื่องเขินให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกันทั้งนักศึกษา อาจารย์ ครูช่างในชุมชน รวมถึงเยาวชนในพื้นที่เพื่อให้เห็นไอเดียของคนรุ่นใหม่ พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย การสร้างแบรนด์ การบอกเล่าเรื่องราวผ่าน Storytelling เพื่อให้ผู้ผลิตกำหนดราคา มีช่องทางการตลาดมากขึ้น เพื่อไปถึงปลายน้ำ เช่น ต่อยอดสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์งานศิลปะร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมเครื่องเขิน ตอบโจทย์ทั้งสายอนุรักษ์ที่เน้นเทคนิคดั้งเดิมชั้นสูงสำหรับตลาดนักสะสม ของตกแต่ง เครื่องใช้ในพิธีกรรม สายร่วมสมัยที่เน้นดีไซน์ทันสมัยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ อย่างเครื่องประดับ และพวงกุญแจ

ผลความสำเร็จที่เห็นเป็นรูปธรรม คือ หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทเขินบ้านต้นแหนน้อย อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคณะทำงานที่เห็นรากของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง และสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนอีกด้วย

“ภาพรวมของโครงการทุกการลงทุน 1 บาท สร้างคุณค่ากลับคืนเป็น 7.44 บาท เป็นความคุ้มค่าที่มากกว่าผลลัพธ์ตัวเลข จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการฟื้นฟูและสร้างรายได้แก่ชุมชน ด้วยเวลา 1 ปี เราเห็นภูมิปัญญาการทำเครื่องเขินได้รับการสืบทอด เห็นโอกาสในการสร้างรายได้ ทั้งจากผลิตภัณฑ์เครื่องเขินที่ผสานไอเดียของคนรุ่นใหม่ การทำโฮมสเตย์รองรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้การทำยางรัก จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน” หัวหน้าโครงการฯ กล่าวถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น


ข้อค้นพบจากการดำเนินงานครั้งนี้อยู่ที่ มหาวิทยาลัยคือตัวแปรที่จะรวบรวมมรดกทางภูมิปัญญา วัฒนธรรมเพื่อแลกเปลี่ยน เติมเต็มองค์ความรู้ใหม่ ๆ เป็นผู้ประสานงานระบบนิเวศที่ไม่ใช่แค่ผู้ทำวิจัย แต่เป็นผู้เชื่อมโยง กำหนดทิศทางการทำวิจัยทั้งระบบ แก้ปัญหาทั้งห่วงโซ่คุณค่าเพื่อความยั่งยืน หัวใจสำคัญคือ การสร้างสรรค์ร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัย ชุมชน นักออกแบบ และศิลปินในพื้นที่
#หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ #หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทเขิน #บ้านต้นแหนน้อย
ข่าวอัพเดท
‘งานรัก’วิวัฒน์เศรษฐกิจวัฒนธรรม
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นำมหาวิทยาลัย-ทรัพย์สินทางปัญญาไทยเปิดตัวเวทีโลก
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
2026พี่ไปรฯ ส่งเศรษฐกิจ เชื่อมโยงชีวิต ชุมชน
วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
บพข.แจงหนุนดาวเทียม KNACKSAT-2 สู่วงโคจร
วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นพส.5 พัฒนาพื้นที่สูงมุ่งเป้าความยั่งยืน(SDGs)
วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
จัด Amazing MuayThai Festival 2026ยิ่งใหญ่กลางหัวหิน
วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569