CEA สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ปั๊มรายได้5หมื่นล้าน

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569

การดู : 9

CEA สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ปั๊มรายได้5หมื่นล้าน

แชร์ :

CEA เปิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยปี 2569 ให้ คอนเทนต์ - ดนตรี - โฆษณา - สถาปัตยกรรม – การออกแบบ เป็นเครื่องยนต์สร้างฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศ มูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท ปั้นผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์เพิ่ม 3 แสน ราย ผลิตผลงาน New IP  350 รายการ เพิ่มรายได้ธุรกิจกว่า 30%

 

นายไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวระหว่างเปิดงาน CEA Forum 2026 หัวข้อ Creative Nation & Global Outlook 2026 ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเป็นเครื่องยนต์สร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทย คือการสร้างรายได้จากความคิดสร้างสรรค์ ไอเดีย เนื้อหา และ IP ( Intellectual Property = ทรัพย์สินทางปัญญา) ถ่ายทอดและส่งออกผ่านบริการดิจิทัล คอนเทนต์ และประสบการณ์ เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ เกม การออกแบบ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ฯลฯ ซึ่งไม่ได้แข่งขันด้านต้นทุนราคา แต่เน้นการแข่งขันด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทั้งส่งข้ามพรมแดนไปทั่วโลกได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงซัปพลายเชนโลจิสติกส์

“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังมีแต้มต่อสำหรับผู้เล่นรายเล็ก กระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นและเมืองรองได้มาก ด้วยการพัฒนา IP ให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศโดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งเสริมชุมชนให้ปรับเปลี่ยนการขายวัตถุดิบแบบดั้งเดิมเป็นการขายประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ของสินค้าด้วยเรื่องเล่าและการสร้างแบรนด์ ปี 2569 จึงเป็นปีทองแห่งโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ส่งเสริมศักยภาพ เพื่อเป็นชาติแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ Creative Nation สร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่”

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่าการวางแผนกลยุทธ์ของ CEA ในปี 2569 จะเปลี่ยนทุนวัฒนธรรม ไปสู่ เศรษฐกิจฐาน IP ที่มีมูลค่าสูงและจับต้องได้จริง ด้วย 4 กลยุทธ์ คือ  1) พัฒนาคนด้วย AI และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การยกระดับสู่ New TCDC ไปทุกภูมิภาค และติดอาวุธทักษะ AI ให้คนทำงาน 2) ยกระดับเมืองสู่เวทีโลก เช่น การสร้าง City Branding ให้เมืองมีจุดขายที่ชัดเจน 3) เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นทรัพย์สิน ที่บ่มเพาะผลงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำ - ปลายน้ำ  4) ขยายธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม เช่น จัดงาน Bangkok International Content Market (BICM) ในงาน Thailand International Content IP Expo (TICIP) ตลาดซื้อขายคอนเทนต์ที่ใหญ่สุดในประเทศ เพื่อให้ขายงานได้จริง

“กลยุทธ์ทั้งหมด CEA จะผลักดันไปสู่เป้าหมายสำคัญ 4 ข้อในปีนี้ ได้แก่ 1) สร้างผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอีก 3 แสนราย 2) สร้างผลงาน New IP ใหม่มากกว่า 350 รายการเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ 3) ผลักดันรายได้เฉลี่ยของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% และ 4) ผลักดัน GVA ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต 5% โดยทั้งหมดจะช่วยให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ดร.ชาคริตกล่าวถึงแนวการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปี 2569 คำนึงถึง 6 เทรนด์และการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม อันได้แก่ Tech & AI Acceleration - AI จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิตคอนเทนต์, Platform Power - โอกาสไร้พรมแดนบนแพลตฟอร์ม, Creator Economy - เศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทยซึ่งพุ่งแตะ 4.5 หมื่นล้านบาท, Regional Rising - พลังท้องถิ่นพุ่งแซงเมืองหลวง, New Consumerism - ชนชั้นกลางใหม่ที่พร้อมจ่ายให้ประสบการณ์และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และสุดท้ายคือ High-Value IP - การสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP)

 

นายพิชิต วีรังคบุตร รองผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ว่า CEA มีไฮไลต์ตลอดปี เช่น วาระครบรอบ 20 ปีของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center: TCDC) ในปี 2568 TCDC มุ่งสู่บทบาทใหม่ ปรับจากพื้นที่แรงบันดาลใจเป็นแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคนและเพิ่มทักษะสร้างสรรค์ ตั้งเป้าหมายเปิด New TCDC แห่งใหม่อีก 20 จังหวัดทั่วไทย การเปิดให้บริการ CEA สาขาภาคใต้ที่สงขลา ดูแลอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ของไทย

“จัดเทศกาลสร้างสรรค์ (Festival) เป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงระดับเมือง ปีนี้จัดทำโครงการเนรมิต (Creative City & Place Branding) ขับเคลื่อนแบรนด์เมืองสร้างสรรค์ 9 จังหวัดกระจายทุกภูมิภาค, กิจกรรมFestival Creator 2026 สนับสนุนการพัฒนาผู้จัดเทศกาล ในท้องถิ่น ช่วยให้เกิดเทศกาลที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และมีความต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อให้การพัฒนาเมืองในประเทศเติบโต ไม่กระจุกอยู่รวมกัน แต่กระจายการเติบโตอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้ทุกเมือง น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าเที่ยว อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นายอินทพันธุ์ บัวเขียว รองผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ระบุว่า ปีนี้ยังคงโฟกัสที่คอนเทนต์ (ภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน) ดนตรี อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Content Lab 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อพัฒนาทักษะยกระดับศักยภาพโปรเจ็กต์ของนักสร้างสรรค์สายภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน ร่วมจัดงานThailand International Content IP Expo (TICIP) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อเปิดตลาดซื้อขายโปรเจ็กต์คอนเทนต์ระดับนานาชาติ สร้างตลาดซื้อขาย IP คอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ช่วงเดือนกรกฎาคม 2569

ส่วนการผลักดันศิลปินไทยและอุตสาหกรรมดนตรีสู่ตลาดสากล CEA จัดทำโครงการ Music Exchange 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ใช้กลยุทธ์ PUSH ตั้งเป้าส่งศิลปินไทย 40 ศิลปิน/วง เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีนานาชาติ 40 งานใน 11 ตลาดเป้าหมายทั่วทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เพื่อขยายฐานแฟนคลับ ชื่อเสียง และโอกาสทางธุรกิจให้กับศิลปินไทย ใช้กลยุทธ์ PULL ควบคู่ในการดึงตัวแทนธุรกิจดนตรีระดับสากลจาก 5 ประเทศหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และเวียดนาม เข้าจับคู่ธุรกิจกับบริษัท/ค่ายเพลงไทยกว่า 75 แห่ง เพื่อเพิ่มจำนวนการมองเห็น (Eyeballs) ให้กับศิลปินไทยในระดับนานาชาติไม่น้อยกว่า 24 ล้านครั้ง และเป็นตัวคูณสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมดนตรีขึ้นอีกเท่าตัว

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย (GVA) มูลค่า 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.01% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) สร้างมูลค่าการส่งออกได้ 3.91 แสนล้านบาท สร้างตำแหน่งงานให้กับผู้ประกอบอาชีพนักสร้างสรรค์ในประเทศ 9.8 แสนคนในไทย ทั้งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสามารถการฟื้นตัวได้เร็วและสูงกว่าภาพรวมเศรษฐกิจเมื่อเกิดวิกฤต

 

# เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เครื่องยนต์สร้างฐานรายได้ใหม่  # Creative Nation

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง